สถานที่ท่องเที่ยว คัดเน้น ๆ 10 ที่เที่ยวไทย มีครบทั้งวัด ทะเล ภูเขา

สถานที่ท่องเที่ยว คัดเน้น ๆ 10 ที่เที่ยวไทย มีครบทั้งวัด ทะเล ภูเขา

สถานที่ท่องเที่ยว ในประเทศไทยมีอยู่มากมาย ทั้งที่เที่ยวทะเล ภูเขา วัด หรือวิถีชีวิตของผู้คน แต่บางคนก็เลือกไม่ถูกไม่รู้จะไปท่องเที่ยวที่ไหนดี เราเลยหยิบเอาแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตมาแนะนำ

ไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ สภาพอากาศเป็นอย่างไร คนไทยก็ชื่นชอบที่จะออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อชาร์จแบตฯ เพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวเอง จึงไม่แปลกที่พอถึงเทศกาลหยุดยาวทีไร สถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เสพวิวสวย ๆ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน หรือชิมอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ วันนี้เราเลยคัดเน้น ๆ 50 สถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมมากระตุ้นต่อมเที่ยวกันค่ะ ไปดูสิว่าคุณเคยไปเยือนมาแล้วหรือยัง โดยเริ่มกันที่...

1.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

ดินแดนที่อุดมไปด้วยผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ มีเกาะหลัก ๆ ทั้งหมด 11 เกาะ ได้แก่ เกาะหูยง (เกาะหนึ่ง), เกาะปายัง (เกาะสอง), เกาะปาหยัน (เกาะสาม), เกาะเมียง (เกาะสี่), เกาะห้า, เกาะหก, เกาะปายู (เกาะเจ็ด), เกาะสิมิลัน (เกาะแปด), เกาะบางู (เกาะเก้า), เกาะตาชัย และเกาะบอน ซึ่งล้วนแต่มีหาดทรายที่สวยงาม พร้อมกับแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นสัตว์ทะเลที่หลากหลาย นอกจากนี้หมู่เกาะสิมิลันยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดชมวิวที่สวยงามตามเกาะต่าง ๆ อีกด้วย ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม - 15 พฤษภาคม ของทุกปี

2.เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

ที่เที่ยวทางทะเลสุดโรแมนติกที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงแค่เอื้อม ซึ่งมาพร้อมกับหาดทรายยาวสวยงาม มีน้ำทะเลใสโอบล้อม นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นดินแดนแห่งความบันเทิง มีผับบาร์ ร้านอาหารริมทะเลมากมาย รวมทั้งยังมีกิจกรรมทางน้ำมัน ๆ ให้เล่นกันด้วย ทางด้านที่พักเกาะเสม็ดก็มีให้เลือกหลากแบบหลายสไตล์ เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการ

4.ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

ถ้าถามถึงดินแดนทะเลหมอกสุดอลังการในเมืองไทย หนึ่งในนั้นต้องมีภูทับเบิกอย่างแน่นอน ด้วยภูทับเบิกถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาทั้งน้อยใหญ่ บริเวณโดยรอบเป็นป่าเขาเขียวขจีสมบูรณ์ ทำให้ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวจะเกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอกสุดอลังการ อีกทั้งยังมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจ

5.เขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า "เขาใหญ่" ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี ที่นี่เป็นอาณาจักรของธรรมชาติที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย และยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย การเดินทางสะดวกสบาย ขับรถเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับยังได้ อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เขาใหญ่จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นแรลลี่ คอนเสิร์ต อยู่บ่อย ๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเขาใหญ่เรื่อย ๆ

6.ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ตลาดน้ำยอดฮิตแห่งจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งนอกเหนือไปจากการเดินเที่ยว ช้อป และชิมกันรัว ๆ แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสธรรมชาติของวิถีชีวิตริมน้ำ ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง กิจกรรมท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ได้แก่ ชิมอาหารพื้นบ้านทั้งคาว-หวาน, เดินเยี่ยมชมร้านค้าขายของที่ระลึกและวิถีชีวิตชาวบ้าน, ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำแม่กลองและหิ่งห้อย เที่ยวเสร็จก็นอนค้างอัมพวาสักคืน แนะนำว่าให้นอนไกลตลาดน้ำไปสักหน่อย ตกกลางคืนก็มานั่งเล่นริมระเบียง แล้วคุณจะต้องหลงรักอัมพวาเข้าอย่างจัง

7.วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย

ศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง ถือเป็นเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2554 มีผลงานจิตรกรรมไทยหลากหลาย ผู้ซึ่งอุทิศตนสร้างวัดร่องขุ่นอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้งดงามดังสวรรค์ที่มีอยู่จริง อีกทั้งมนุษย์สามารถสัมผัสได้บนพื้นพิภพ คล้ายเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้คนเราใฝ่ปฏิบัติธรรม และประกอบแต่กรรมดีในการดำเนินชีวิต

8.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองอยุธยา เขตเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นราชธานีเก่าแก่อันยิ่งใหญ่ที่สืบเนื่องยาวนาน โดยมีศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ งดงาม และทรงคุณค่า จนได้รับการเชิดชูคุณค่าไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งจุดท่องเที่ยวหลัก ๆ เช่น พระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวง ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา, วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระราชวังที่ประทับของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) วัดราชบูรณะ รวมไปถึงวิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งมีพระมงคลบพิตรที่เป็นพระพุทธรูปบุทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย นอกจากนี้ภายในเขตอุทยานยังคงมีโบราณสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งให้ได้ขับรถเที่ยวชม

9.น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

น้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ มีลักษณะเป็นน้ำตกหินปูน น้ำเป็นสีเขียวมรกตใส มีความสวยงามมาก แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 2,200 เมตร มีชื่อเรียกต่าง ๆ ไล่กันไปตั้งแต่ชั้นที่ 1-7 ได้แก่ ไหลคืนรัง, วังมัจฉา, ผาน้ำตก, อกนางผีเสื้อ, เบื่อไม่ลง, ดงพฤกษา และภูผาเอราวัณ โดยชั้นที่ 7 จะมีเอกลักษณ์สำคัญคือบริเวณธารน้ำตกจะมีน้ำไหลลงมาตามแนวหินคล้ายรูปช้างสามเศียร หรือที่เรียกกันว่าช้างเอราวัณ จึงเป็นที่มาของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

10.น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก

สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดตาก ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ เกิดจากลำน้ำห้วยกล้อท้อทั้งสายที่ไหลแผ่ปกคลุมพื้นที่หน้าผากว้าง ก่อนที่จะทะยานลงสู่หน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สูงกว่า 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด หากแต่นักท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องระมัดระวังในการเดินทางด้วยเช่นกัน โดยต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนทุกครั้ง

สนับสนุนโดย : SBBKINGS

สมัครสมาชิก : @sbbkings.v1

เว็บคุณภาพ : travelthailand-bymii.com